x
x
Hot Links:
  • 90lives
  • เบอร์เสื้อนั้นสำคัญไฉน?
    รับชม 4 ครั้ง

    เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมยอดดาวยิงของบาเยิร์น มิวนิคอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ถึงต้องใส่เสื้อเบอร์ 9 แทนที่จะเป็นเบอร์ 3 และทำไมมิดฟิลด์จอมทัพของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์อย่าง มาร์โค รอยส์ จึงต้องใช้เบอร์หลังเสื้อเป็นเลขสองหลักแทนที่จะเป็นหลักเดียว เรามาทำความรู้จักกับความหมายที่ซ่อนอยู่ของเบอร์เสื้อเหล่านี้กันเลย…

        แรกเริ่มเดิมทีนั้นหมายเลขเสื้อในการแข่งขันฟุตบอลมีไว้เพื่อบอกตำแหน่งต่างๆ ในแผนการเล่น ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีการสกรีนชื่อผู้เล่นลงบนเสื้อ หมายเลขเสื้อจะเริ่มต้นตั้งแต่หมายเลข 1 ไปจนถึง 11 เพื่อให้ครบจำนวนผู้เล่นตัวจริง 11 คนในสนาม ส่วนตัวสำรองจะเริ่มที่หมายเลข 12 เป็นต้นไป

    สำหรับตามฉบับฟุตบอลเยอรมันดั้งเดิมแล้ว หมายเลขเสื้อจะบ่งบอกถึงตำแหน่งการเล่นดังนี้

    #1 - ผู้รักษาประตู

    #2 - แบ็คขวา

    #3 - แบ็คซ้าย

    #4 - เซ็นเตอร์แบ็ค

    #5 - เซ็นเตอร์แบ็ค / สวีปเปอร์

    #6 - มิดฟิลด์ตัวรับ

    #7 - ปีกขวา

    #8 - มิดฟิลด์ตัวกลาง

    #9 - กองหน้าเซ็นเตอร์

    #10 - กองหน้าตัวต่ำ

    #11 - ปีกซ้าย

    #12+ - ผู้เล่นสำรอง

        เมื่อเวลาผ่านไปเบอร์เสื้อก็มีความเกี่ยวพันกับตำแหน่งมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น หมายเลข 5 ได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของนักเตะระดับตำนานอย่าง ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ ในยุค 70

        จนบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์กีฬาอย่างอาดิดาสถึงขั้นผลิตเสื้อ เบ็คเคนเบาเออร์ หมายเลข 5 ออกมาขายจนถึงทุกวันนี้

    เบอร์เสื้อนั้นสำคัญไฉน?
        แม้ระบบการเล่นจะถูกพัฒนาไปหลายรูปแบบก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเบอร์เสื้อและตำแหน่งก็ยังคงแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในฤดูกาล 1994/95 นักเตะในบุนเดสลีกาจะได้รับหมายเลขเสื้อกันเกมต่อเกม ไม่มีใครผูกขาดเบอร์ไหนหากไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเล่นตำแหน่งนั้นในเกมนั้นๆ พูดง่ายๆ ก็คือใครเล่นเป็นแบ็คขวาก็ต้องสวมเสื้อเบอร์ 2 เท่านั้น จะสวมเบอร์ 9 ไม่ได้เด็ดขาด

        จนกระทั่งในฤดูกาล 2011/12 มีการออกกฎในบุนเดสลีกาให้แต่ละทีมสามารถมอบเบอร์เสื้อตั้งแต่เบอร์ 1 ถึง 40 ให้กับผู้เล่นตั้งแต่ต้นฤดูกาลโดยไม่จำเป็นต้องตรงกับตำแหน่งก็ได้ ยกเว้นแต่ผู้รักษาประตูตัวจริงต้องสวมเบอร์ 1 เท่านั้น

        การลดหย่อนผ่อนปรนกฎข้อนี้ทำให้ผู้เล่นสามารถร้องขอเบอร์เสื้อตามได้ที่ตัวเองต้องการ จะเลือกหยิบเบอร์ไหนมาใช้ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขนำโชค วันเกิด แต่ขอแค่ให้ไม่เกินเบอร์ 40 เป็นพอ สิ่งนี้ทำให้วัฒนธรรมของเบอร์เสื้อเปลี่ยนไป เราลองมาเปรียบเทียบเบอร์เสื้อของทีมบาเยิร์น มิวนิคชุดฤดูกาล 1995/96 กับชุดฤดูกาล 2018/19 กันดูดีกว่าว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง

    เบอร์เสื้อนั้นสำคัญไฉน?
    บาเยิร์น 1995/96

    #1 - ผู้รักษาประตู (โอลิเวอร์ คาห์น)

    #2 - แบ็คขวา (มาร์คุส บับเบิ้ล)

    #5 - เซ็นเตอร์แบ็ค (โทมัส เฮลเมอร์)

    #6 - มิดฟิลด์ตัวรับ (คริสเตียน แนร์ลิงเงอร์)

    #7 - มิดฟิลด์ตัวรุก (เมห์เม็ต โชลล์)

    #8 - มิดฟิลด์ตัวกลาง (โทมัส สตรุนซ์)

    #10 - สวีปเปอร์ (โลธ่าร์ มัทเธอุส)

    #14 - มิดฟิลด์ตัวรุก (ซิริอาโก สฟอร์ซา)

    #17 - แบ็คซ้าย (คริสเตียน ซีเก้)

    #18 - กองหน้า (เจอร์เก้น คลินส์มันน์)

    #21 - กองหน้า อเล็กซานเดอร์ ซิกเลอร์)

    เบอร์เสื้อสูงที่สุดในทีมชุดใหญ่ - 23

    เบอร์เสื้อนั้นสำคัญไฉน?
    บาเยิร์น 2018/19

    #1- ผู้รักษาประตู (มานูเอล นอยเออร์)

    #4 - เซ็นเตอร์แบ็ค (นิคลาส ซือเล่อ)

    #5 - เซ็นเตอร์แบ็ค (มัทส์ ฮุมเมิลส์)

    #6 - มิดฟิลด์ตัวต่ำ (ติอาโก้)

    #8 - มิดฟิลด์ตัวรับ (ฆาบี มาร์ติเนซ)

    #9 - กองหน้าตัวเป้า (เลวานดอฟสกี้)

    #22 - ปีกขวา (แซร์จ นาบรี้)

    #25 - กองหน้าตัวต่ำ (โทมัน มุลเลอร์)

    #27 - แบ็คซ้าย (ดาวิด อาลาบา)

    #29 - ปีกซ้าย (คิงส์ลีย์ โกม็อง)

    #32 - แบ็คขวา (โยชัว คิมมิช)

    เบอร์เสื้อสูงที่สุดในทีมชุดใหญ่ - 39

        โดยพื้นฐานแล้วจะเห็นว่าเบอร์หลังเสื้อส่วนใหญ่ก็ยังคงบอกตำแหน่งอยู่เช่นเคย ยิ่งไปกว่านั้นก็คือช่วยบ่งบอกตัวผู้เล่นไปด้วย บางสโมสรถึงขั้นมีการยกเลิกเบอร์เสื้อให้กับนักเตะระดับตำนาน เช่น หมายเลข 10 ในทีมโคโลญจน์ที่ ลูคัส โพดอลสกี้เคยใส่ ส่วนบาเยิร์นและเบรเมนก็เคยโชว์เหนือยกเลิกเสื้อหมายเลข 12 เพื่อสงวนไว้ให้กับแฟนบอลด้วยความหมายว่าเป็นผู้เล่นคนที่ 12 นั่นเอง

        นอกจากเบอร์เสื้อที่บ่งบอกตำแหน่งแล้ว ในแต่ละวัฒนธรรมยังมีการใช้เบอร์เสื้อเพื่อบอกความหมายอื่นๆ ที่ต่างกันอีกด้วย เช่น ในฮอลแลนด์มักให้แบ็คซ้ายสวมเสื้อเบอร์ 5 ส่วนในอิตาลีจะเก็บเสื้อเบอร์ 4 ไว้สำหรับชาวเยอรมัน และอื่นๆ โดยทุกวันนี้เราสามารถพบเห็นวัฒนธรรมการสวมเบอร์เสื้อที่แตกต่างหลากหลายได้เสมอ บิเซ็นเต้ ลิซาราซู เกิดในปี 1969 สูง 169 ซม. หนัก 69 กิโลกรัม เขาจึงเลือกสวมเสื้อเบอร์ 69 (ก่อนยุคที่ถูกจำกัดไม่ให้ใช้เกินเบอร์ 40)

    เบอร์เสื้อนั้นสำคัญไฉน?
        อันเดรียส เกือร์ลิตซ์ สวมเสื้อเบอร์ 77 ในปี 2007/08 เมื่อพาทีมคาร์ลสรูห์เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกาได้สำเร็จ โดยเป็นหมายเลขนำโชคของเขาที่เอามาจากชื่อวงดนตรีของเขานั่นเอง (Room 77) ในขณะที่ซานโดร วากเนอร์ เลือกสวมเสื้อหมายเลข 2 หลังกลับมาค้าแข้งกับบาเยิร์นเป็นหนที่ 2

        ทุกวันนี้การเลือกหมายเลขเสื้อมีความยืดหยุ่นและเปิดกว้างมากขึ้น แบ็คขวาไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อเบอร์ 2 อีกต่อไป ไม่เชื่อถามฟิลิปป์ ลาห์ม (เบอร์ 21) หรือ โยชัว คิมมิช (เบอร์ 32) ดูได้เลย เรื่องราวหมายเลขเสื้อที่บ่งชี้ตำแหน่งในสนามดูจะค่อยๆ เลือนลางลงไปทุกทีแล้วล่ะ...

    คุณอาจสนใจ

    ทีเด็ด VIP
    Hot Promotion
    ตารางคะแนน
    • พรีเมียร์ลีก
    • ลาลีก้า
    • บุนเดสลีกา
    • กัลโช่ เซเรีย อา
    • ลีกเอิง
    อันดับ ทีม แข่ง คะแนน
    1 เซาแธมป์ตัน 0 0
    2 เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0 0
    3 คริสตัล พาเลซ 0 0
    4 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0 0
    5 วัดฟอร์ด 0 0
    6 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0 0
    7 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0 0
    8 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0 0
    9 ลิเวอร์พูล 0 0
    10 เลสเตอร์ ซิตี้ 0 0
    1 เออิบาร์ 0 0
    2 เซบีย่า 0 0
    3 บียาร์เรอัล 0 0
    4 เซลต้า บีโก้ 0 0
    5 เลบานเต้ 0 0
    6 เลกาเนส 0 0
    7 เกตาเฟ่ 0 0
    8 เรอัล โซเซียดาด 0 0
    9 เรอัล มาดริด 0 0
    10 บาเลนเซีย 0 0
    1 แวร์เดอร์ เบรเมน 0 0
    2 โวล์ฟสบวร์ก 0 0
    3 สตุ๊ตการ์ต 0 0
    4 ชาลเก้ 04 0 0
    5 เนิร์นแบร์ก 0 0
    6 มึนเช่นกลัดบัค 0 0
    7 ไมนซ์ 0 0
    8 เลเวอร์คูเซ่น 0 0
    9 ฮันโนเวอร์ 96 0 0
    10 แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 0 0
    1 ยูเวนตุส 38 95
    2 นาโปลี 38 91
    3 เอเอส โรม่า 38 77
    4 อินเตอร์ มิลาน 38 72
    5 ลาซิโอ 38 72
    6 เอซี มิลาน 38 64
    7 อตาลันต้า 38 60
    8 ฟิออเรนติน่า 38 57
    9 โตริโน่ 38 54
    10 ซามพ์โดเรีย 38 54
    1 ตูลูส 0 0
    2 สตารส์บูร์ก 0 0
    3 แซงต์ เอเตียน 0 0
    4 น็องต์ 0 0
    5 นีซ 0 0
    6 โมนาโก 0 0
    7 มงเปอลีเย อัชแอ็สเซ 0 0
    8 โอลิมปิก มาร์กเซย 0 0
    9 ลีลล์ 0 0
    10 โอลิมปิก ลียง 0 0
    1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 24 59
    2 แบงค็อก ยูไนเต็ด 24 50
    3 การท่าเรือ เอฟซี 24 47
    4 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 24 41
    5 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 24 41
    6 เชียงราย ยูไนเต็ด 24 40
    7 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 24 35
    8 ชลบุรี เอฟซี 24 34
    9 พัทยา ยูไนเต็ด 24 34
    10 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 24 32