x
x
Hot Links:
  • 90lives
  • ไม่งั้นแพ้นัดแรก! สิ่งที่ แมนยู ต้องทำในเกมกับ สเปอร์ส
    รับชม 30 ครั้ง

    ถ้าจะบอกว่า 13 มกราคม 2019 ถือเป็นวันที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องเจอบททดสอบที่หินที่สุดชิ้นแรกในการเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลย เพราะเขาต้องพาทีมเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่สนาม เวมบลีย์ รังเหย้าสัญญาเช่าของ "ไก่เดือยทอง"

    สเปอร์ส ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่ซีซั่นนี้พวกเขาก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรง เก็บไปแล้ว 48 คะแนน จากการลงเล่นในลีก 21 นัด พร้อมครองอันดับ 3 โดยที่ สเปอร์ส มีแต้มมากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด 10 แต้มด้วยกัน

    ถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด อยากมีความหวังในการจบฤดูกาลด้วยการติด 4 อันดับแรกของตารางคะแนนมากขึ้นแล้วล่ะก็ นี่ก็ถือเป็นเกมที่พวกเขาต้องมีแต้มติดมือให้ได้ ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้พวกเขาก็ต้องทำปัจจัยหลายอย่างให้สำเร็จ จะมีอะไรบ้าง ลองไปดูกันเลย

    - อย่าเหลิงกับผลงานที่ผ่านมา
    การชนะได้ทั้ง 5 เกมแรกในยุคของ โซลชา นับเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของขุนพล แมนฯ ยูไนเต็ด แถมพวกเขายังเล่นเกมรุกได้ดุดันต่างกับสมัยของ โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วย จนทำให้ "เร้ด อาร์มี่" เชื่อว่าทีมรักของพวกเขาฟื้นคืนชีพแล้ว

    อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับกันตามตรงว่า 5 ทีมที่ผ่านมามันไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเท่าไหร่นัก เพราะทีมเหล่านั้นคือ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์, บอร์นมัธ, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เร้ดดิ้ง เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเอามาเทียบกับ สเปอร์ส แล้วมันก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว ชนิดที่ว่าต่อให้เอานักเตะของทั้ง 5 ทีมนั้นมารวมกันก็คงสู้ สเปอร์ส ไม่ได้ด้วยซ้ำ

    จริงอยู่ว่าการชนะรวด 5 เกมมันทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโมเมนตัมที่ดี แต่ถ้าเหลิงกันจนเกินไปมันก็อาจจะทำให้พวกเขาต้องกลับออกจาก เวมบลีย์ ด้วยผลการแข่งขันที่เลวร้ายกว่าตอนที่เจอกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ก็ได้ โดยตอนต้นฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้อีกฝ่ายคารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 0-3

    - อย่าเฉื่อยตอนต้นเกม
    แมนฯ ยูไนเต็ด เคยออกสตาร์ตกันแบบเอื่อยเฉื่อยเกือบทุกนัดในยุคของ มูรินโญ่ ซึ่งพอเปลี่ยนมาเป็นภายใต้การทำทีมของ โซลชา ปัญหาตรงนี้ก็เหมือนจะได้รับการแก้ไข เพราะในช่วง 3 นัดแรกในการคุมทีมของ โซลชา นั้น ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สามารถทำประตูในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเกมได้ทั้งหมด โดยในจำนวนนั้นยังมี 2 เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำสกอร์ได้ตั้งแต่ในช่วง 5 นาทีแรกของเกมด้วย

    อย่างไรก็ตาม พอถึงเกมกับ นิวคาสเซิ่ล แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เริ่มต้นเกมกันได้ไม่ดีอีกครั้ง แม้แต่ โซลชา ยังยอมรับเรื่องนี้เลย โดยกว่าที่พวกเขาจะทำประตูแรกได้ในเกมนั้นก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 64 จาก โรเมลู ลูกากู ก่อนจะได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม

    ในทางกลับกัน สเปอร์ส คือทีมที่เริ่มเกมได้ดุดันมากๆ ฤดูกาลนี้พวกเขาทำประตูในลีกในช่วง 15 นาทีแรกได้ถึง 6 ลูก เป็นรองแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยิงในช่วงดังกล่าวได้ 10 ประตู เพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น ขณะที่ถ้านับเฉพาะระหว่างนาทีที่ 16-30 ทีมของ โปเช็ตติโน่ ก็ถือเป็นทีมที่ทำประตูในช่วงเวลาดังกล่าวได้มากที่สุดของลีก จากการกดไปถึง 11 ประตู

    นั่นหมายความว่าในช่วง 30 นาทีแรกของเกมนั้น สเปอร์ส สามารถทำประตูรวมได้ถึง 17 ลูก โดยมีแค่ทีมเดียวที่ยิงได้มากกว่าพวกเขาในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเกม นั่นก็คือ แมนฯ ซิตี้ เหมือนกัน หลังจากในช่วงนั้น "เรือใบสีฟ้า" กดไป 19 ประตู

    สถิติตรงจุดนี้แสดงให้เห็นว่า สเปอร์ส มักจะเล่นงานคู่แข่งในช่วงต้นเกมได้ดีมากๆ และถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด รักษาสมาธิในช่วงดังกล่าวได้ไม่ดี และออกสตาร์ตกันแบบเอื่อยเฉื่อยแล้วล่ะก็ มันก็มีโอกาสสูงเลยทีเดียวที่ โซลชา จะต้องแพ้เป็นนัดแรกในการคุมทีม

    - ห้ามเสียบอลตรงแดนกลางเยอะ
    หนึ่งในปัจจัยสำคัญของเกมฟุตบอลสมัยนี้คือการไล่กดดันที่ดี ยิ่งเป็นการเจอกันระหว่างทีมใหญ่ การกดดันให้คู่แข่งเสียบอลยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก ซึ่งที่ผ่านมา สเปอร์ส ก็มักจะไล่กดดันคู่แข่งได้ดีพอตัว จนทำให้พวกเขาแย่งบอลไปขึ้นเกมบุกได้อย่างรวดเร็ว

    ขณะที่ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นทีมที่เก็บบอลเอาไว้กับตัวได้ไม่ดีเท่าไหร่ ในฤดูกาลนี้พวกเขาโดนแย่งบอลไปแล้วถึง 236 ครั้ง โดย ปอล ป็อกบา, อันเดร์ เอร์เรร่า และ เนมานย่า มาติช 3 มิดฟิลด์ตัวกลางของทีมเสียบอลรวมกันถึง 75 ครั้ง ทั้งที่ตำแหน่งนี้เป็นจุดที่ไม่ควรเสียบอลง่ายๆ

    ทั้งนี้ ถ้ามองลึกไปกว่านั้นจะพบว่าในจำนวน 75 หนดังกล่าวนั้น มันเป็นของ ป็อกบา คนเดียว 45 ครั้ง นั่นหมายความว่า ป็อกบา คือมิดฟิลด์ตัวกลางที่เสียบอลมากที่สุดของ พรีเมียร์ลีก เมื่อนับจนถึงนัดที่ 21

    ด้วยเหตุนี้ การเก็บบอลให้ดีจึงเป็นโจทย์ที่บรรดาแผงมิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องทำให้ได้ เพราะถ้าเกิดพวกเขาเสียบอลง่ายๆ ตั้งแต่กลางสนามแล้วล่ะก็ เกมรุกอันดุดันของ สเปอร์ส ก็อาจจะเล่นงานเกมรับที่เปื่อยยุ่ยอยู่แล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ง่ายดายสุดๆ

    คุณอาจสนใจ

    ทีเด็ด VIP
    Hot Promotion
    ตารางคะแนน
    • พรีเมียร์ลีก
    • ลาลีก้า
    • บุนเดสลีกา
    • กัลโช่ เซเรีย อา
    • ลีกเอิง
    อันดับ ทีม แข่ง คะแนน
    1 เซาแธมป์ตัน 0 0
    2 เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0 0
    3 คริสตัล พาเลซ 0 0
    4 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0 0
    5 วัดฟอร์ด 0 0
    6 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0 0
    7 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0 0
    8 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0 0
    9 ลิเวอร์พูล 0 0
    10 เลสเตอร์ ซิตี้ 0 0
    1 เออิบาร์ 0 0
    2 เซบีย่า 0 0
    3 บียาร์เรอัล 0 0
    4 เซลต้า บีโก้ 0 0
    5 เลบานเต้ 0 0
    6 เลกาเนส 0 0
    7 เกตาเฟ่ 0 0
    8 เรอัล โซเซียดาด 0 0
    9 เรอัล มาดริด 0 0
    10 บาเลนเซีย 0 0
    1 แวร์เดอร์ เบรเมน 0 0
    2 โวล์ฟสบวร์ก 0 0
    3 สตุ๊ตการ์ต 0 0
    4 ชาลเก้ 04 0 0
    5 เนิร์นแบร์ก 0 0
    6 มึนเช่นกลัดบัค 0 0
    7 ไมนซ์ 0 0
    8 เลเวอร์คูเซ่น 0 0
    9 ฮันโนเวอร์ 96 0 0
    10 แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 0 0
    1 ยูเวนตุส 38 95
    2 นาโปลี 38 91
    3 เอเอส โรม่า 38 77
    4 อินเตอร์ มิลาน 38 72
    5 ลาซิโอ 38 72
    6 เอซี มิลาน 38 64
    7 อตาลันต้า 38 60
    8 ฟิออเรนติน่า 38 57
    9 โตริโน่ 38 54
    10 ซามพ์โดเรีย 38 54
    1 ตูลูส 0 0
    2 สตารส์บูร์ก 0 0
    3 แซงต์ เอเตียน 0 0
    4 น็องต์ 0 0
    5 นีซ 0 0
    6 โมนาโก 0 0
    7 มงเปอลีเย อัชแอ็สเซ 0 0
    8 โอลิมปิก มาร์กเซย 0 0
    9 ลีลล์ 0 0
    10 โอลิมปิก ลียง 0 0
    1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 24 59
    2 แบงค็อก ยูไนเต็ด 24 50
    3 การท่าเรือ เอฟซี 24 47
    4 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 24 41
    5 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 24 41
    6 เชียงราย ยูไนเต็ด 24 40
    7 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 24 35
    8 ชลบุรี เอฟซี 24 34
    9 พัทยา ยูไนเต็ด 24 34
    10 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 24 32